แก้ปัญหาผิวมัน เป็นสิว แบบไม่กลับมาเป็นซ้ำซาก

ใครที่กำลังเหนื่อยใจกับปัญหา ผิวมันเยิ้ม สิวชอบขึ้นซ้ำแล้วซ้ำอีก ชนิดที่ว่าไม่เคยมีช่วงเวลาพักหายใจหายคอกันเลย เราเข้าใจดีว่าปัญหานี้มันกวนใจแค่ไหน แน่นอนว่าการดูแลผิวมันและสิวเป็นเรื่องท้าทายที่ไม่ควรมองข้าม ซึ่งหลายคนมักประสบกับปัญหาผิวมันและเป็นสิวอย่างต่อเนื่องจากการดูแลที่ไม่ถูกต้อง และหากยังไม่มีแนวทางที่ชัดเจนในการดูแลผิวที่เหมาะสม ปัญหานี้อาจกลับมาเป็นซ้ำซากอีกครั้งได้
วันนี้เราจะพูดถึง วิธีการที่ช่วยให้คุณสามารถจัดการกับผิวมัน และสิวอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมคืนความมั่นใจให้กับผิวของคุณอีกครั้งกัน
ทำความเข้าใจกันก่อนว่าสาเหตุการเกิดสิวซ้ำซากมาจากอะไร?
ก่อนที่เราจะวิ่งไปซื้อยาทาสิวตัวใหม่ เราต้องเข้าใจก่อนว่าทำไมสิวถึงชอบกลับมาเกิดที่เดิมซ้ำ ๆ อยู่เรื่อย ๆ การรู้ต้นเหตุ จะช่วยให้เราแก้ปัญหาที่ถูกต้องที่สุด จะมีสาเหตุอะไรบ้าง ไปดูกันเลย
1.น้ำมันบนผิวเยอะเกินไป
ผิวมันแปลว่าต่อมไขมันใต้ผิวทำงานหนักมาก ซึ่งจะผลิตน้ำมันออกมาเยอะเกินความจำเป็น น้ำมันส่วนเกินนี้แหละคืออาหารชั้นดีของเชื้อแบคทีเรีย และยังทำให้รูขุมขนของเราอุดตันได้ง่ายสุด ๆ ด้วย
- ตัวการกระตุ้นที่ทำให้เกิดน้ำมันบนผิวเยอะ คือ ฮอร์โมน เช่น ช่วงวัยรุ่น ช่วงมีประจำเดือน, ความเครียด, พันธุกรรม หรือบางทีก็เกิดจากการที่เราใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่แรงเกินไปจนผิวแห้ง และร่างกายเลยต้องผลิตน้ำมันมาชดเชยมากขึ้น
2. รูขุมขนอุดตัน
ปกติแล้วเซลล์ผิวที่ตายแล้ว ควรจะหลุดลอกออกไปเอง แต่สำหรับคนเป็นสิว เซลล์ผิวพวกนี้มักจะผลิตเยอะกว่าปกติและไม่ยอมหลุดลอก ยิ่งถ้าเราทำความสะอาดหน้าไม่ดี เซลล์พวกนี้จะรวมตัวกับน้ำมันจนกลายเป็นก้อนอุดตันอยู่ข้างในรูขุมขน ทำให้เกิดปัญหารูขุมขนตันตามมา
3. การอักเสบและเชื้อแบคทีเรีย
พอรูขุมขนตัน น้ำมันก็ออกไม่ได้ แถมยังมีเชื้อแบคทีเรีย เข้าไปย่อยสลายน้ำมันจนเกิดการอักเสบขึ้นมา ก็จะกลายเป็นสิวอักเสบ บวม แดง เจ็บตามมาอีกจนได้
จบปัญหาการเกิดสิวซ้ำซากต้องแก้ทั้งภายนอกและภายใน
การจะหยุดวงจรสิวซ้ำซากได้ เราต้องดูแลผิวแบบองค์รวม คือจัดการทั้งสิ่งที่ทาลงไปบนผิว และจัดการสุขภาพภายในของเราด้วย
1. การดูแลผิวภายนอกที่ต้องทำทุกวัน
Skincare Routine สำคัญมาก เพราะหลักการสำคัญที่สุดของการรักษาสิว คือความอ่อนโยน สม่ำเสมอ แล้วต้องห้ามทำร้ายผิวเด็ดขาด
ขั้นตอนที่ 1 คือการทำความสะอาดอย่างอ่อนโยน
การทำความสะอาดผิวหน้าอย่างถูกวิธีสำคัญมาก โดยเฉพาะผิวบอบบางแพ้ง่าย การเลือกผลิตภัณฑ์ที่ไม่ทำลายเกราะป้องกันผิวจะช่วยรักษาสมดุลตามธรรมชาติของผิวได้ ซึ่งมีหลักการง่าย ๆ ที่ควรคำนึงถึงดังนี้
- เลือกใช้คลีนเซอร์ที่อ่อนโยน มีค่ากรดด่าง (pH) ใกล้เคียงผิว ไม่มีน้ำหอมหรือแอลกอฮอล์
- ล้างหน้าแค่ 2 ครั้งต่อวัน เพียงเช้าและเย็นก็พอ อย่าล้างบ่อยเกินไป
ขั้นตอนที่ 2 จัดการการอุดตันและผลัดเซลล์ผิว
นี่คือขั้นตอนสำคัญที่จะช่วยให้สิวอุดตันลดลงได้ และยังช่วยป้องกันไม่ให้เกิดสิวใหม่ขึ้นมาง่าย ๆ อีกด้วย ซึ่งการผลัดเซลล์ผิวที่เหมาะสมจะช่วยเปิดรูขุมขนที่อุดตัน และกระตุ้นการสร้างเซลล์ผิวใหม่ที่แข็งแรงกว่าเดิมด้วย
- Salicylic Acid (BHA) เป็นสารที่ช่วยละลายไขมันและสิ่งอุดตันในรูขุมขนโดยตรง หาซื้อได้ง่ายและใช้ได้ดีมาก ลองมองหาในรูปแบบของโทนเนอร์หรือเซรั่ม
- Retinoids เป็นตัวช่วยที่ดีที่สุดในการปรับให้กระบวนการสร้างเซลล์ผิวเป็นปกติ ลดการอุดตันได้ดีสุด ๆ มีหลายรูปแบบ เช่น Retinol, Adapalene ถ้าเป็นยาต้องปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ด้วยนะ
ขั้นตอนที่ 3 จัดการเชื้อแบคทีเรียและการอักเสบ
หลังจากที่เราจัดการปัญหาการอุดตันในรูขุมขนแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการควบคุมเชื้อแบคทีเรีย ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้สิวอุดตันกลายเป็นสิวอักเสบแดงขึ้นมา การลดเชื้อและอาการอักเสบจึงเป็นตัวช่วย เพื่อให้สิวหายเร็วขึ้นและลดโอกาสการเกิดรอยแผลเป็น
- Benzoyl Peroxide (BP) ใช้แต้มเฉพาะจุดที่เป็นสิวอักเสบ ช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรียได้ดีมาก แนะนำความเข้มข้นต่ำ ๆ ก่อน เช่น 2.5 - 5%
- Niacinamide เป็นวิตามินบำรุงผิวที่น่าใช้ โดยเฉพาะ คนที่ผิวบอกบางแพ้ง่าย มีสิวอักเสบ รวมไปถึงคนที่มีผิวแห้งก็สามารถใช้ได้ เพราะเหมาะกับทุกสภาพผิวหน้า เป็นตัวช่วยที่ควรมีติด Skincare Routine ไว้เลย
ขั้นตอนที่ 4 อย่ามองข้ามความชุ่มชื้นและครีมกันแดด
การใช้ยารักษาสิวทำให้ผิวแห้งและระคายเคือง มอยส์เจอไรเซอร์และกันแดด คือตัวช่วยปกป้องและฟื้นฟูผิวที่สำคัญที่สุด
- มอยส์เจอไรเซอร์ (Moisturizer) ถึงผิวมันก็ต้องทา การใช้ยารักษาสิวจะทำให้ผิวแห้ง เมื่อเราเติมความชุ่มชื้นเข้าไป จะช่วยให้ผิวแข็งแรงและไม่ระคายเคือง เลือกสูตรที่เขียนว่า Oil-Free และ Non-comedogenic ไม่ก่อให้เกิดการอุดตัน
- ครีมกันแดด สำคัญที่สุด การอักเสบจากสิวบวกกับแสงแดด จะทำให้เกิดรอยดำรอยแดงที่หายยากมาก ถ้าไม่อยากมีรอยสิว ควรทากันแดดทุกวันด้วย
2. การดูแลสุขภาพจากภายในของเรา
การรักษาสิวให้หายขาด ต้องจัดการกับความไม่สมดุลจากภายในร่างกายด้วย เพราะสิวคือสัญญาณเตือนจากร่างกาย การปรับสมดุลการใช้ชีวิต อาหาร และการนอนจึงเป็นกุญแจสำคัญสู่การมีผิวที่แข็งแรงได้
1.จัดการความเครียดและการนอน
ความเครียดทำให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมน ชื่อคอร์ติซอล ซึ่งฮอร์โมนตัวนี้จะไปกระตุ้นให้ต่อมไขมันผลิตน้ำมันมากขึ้นโดยตรงเลย
- ต้องจัดการชีวิตให้สมดุล ออกกำลังกายสม่ำเสมอ และพยายามนอนหลับให้ได้ 7-8 ชั่วโมงต่อคืน เพราะตอนที่เรานอนหลับคือช่วงที่ผิวของเราได้ซ่อมแซมตัวเอง
2. การปรับอาหารการกินในชีวิตประจำวัน
อาหารบางประเภทที่เรากินเข้าไป สามารถกระตุ้นให้เกิดสิวได้ผ่านการกระตุ้นระดับน้ำตาลในเลือดและฮอร์โมนบางชนิดเช่นกัน
- สิ่งที่ควรลด คือ อาหารที่มีน้ำตาลสูง เช่น น้ำหวาน, น้ำอัดลม, ขนมเค้ก และขนมปังขาว รวมถึงผลิตภัณฑ์จากนมโดยเฉพาะนมพร่องมันเนยด้วย
- สิ่งที่ควรเน้น คือ อาหารที่ช่วยลดการอักเสบ เช่น ผักและผลไม้หลากสี, ปลาที่มีไขมันดี (Omega-3), ถั่วและธัญพืช
3. การปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโดยเฉพาะทาง
ถ้าดูแลตัวเองตามขั้นตอนข้างต้นแล้วยังไม่ดีขึ้น ก็ถึงเวลาไปหาหมอผิวหนัง แพทย์อาจจะพิจารณาการรักษาที่ลงลึกขึ้น เช่น
- ยาปฏิชีวนะทั้งแบบทาและแบบกิน แต่ต้องระวัง ควรใช้เพื่อลดเชื้อแบคทีเรียและการอักเสบ ควรใช้ตามคำสั่งแพทย์เท่านั้น ไม่งั้นอาจเกิดอันตรายได้
- ยาควบคุมฮอร์โมน เช่น ยาคุมกำเนิดบางชนิดที่ช่วยลดการทำงานของฮอร์โมนที่กระตุ้นความมัน
- ยา Isotretinoin ซึ่งเป็นยาที่แรงและมีประสิทธิภาพสูงสุดในการรักษาสิวซ้ำซากและสิวรุนแรง จะช่วยลดขนาดของต่อมไขมันได้อย่างถาวร ต้องใช้ภายใต้การดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิดและเคร่งครัดเท่านั้น
3. การจัดการนิสัยและสิ่งรอบตัวที่เป็นตัวก่อให้เกิดปัญหาผิวมัน และเกิดสิว
การกระทำเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่เรามองข้ามไปนี่แหละ คือตัวการเงียบ ที่ทำให้สิวหายช้า หรือกลับมาเป็นซ้ำได้ไม่รู้จบเลย การปรับพฤติกรรมจึงสำคัญไม่แพ้การทายาเลย
- ห้ามแกะ ห้ามบีบเด็ดขาด เพราะการบีบสิวจะทำให้เกิดการอักเสบรุนแรงขึ้น และทำให้เกิดรอยดำ รอยแดง และหลุมสิวที่รักษายากมาก
- ทำความสะอาดสิ่งที่สัมผัสใบหน้า โดยหมั่นเช็ดทำความสะอาดหน้าจอโทรศัพท์มือถือ, เปลี่ยนปลอกหมอนบ่อย ๆ สัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง และล้างแปรงแต่งหน้าอย่างสม่ำเสมอ
- ใช้เครื่องสำอางให้น้อยลงในช่วงที่สิวกำลังอักเสบ และเลือกเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่ระบุว่าเป็น Non-comedogenic เสมอ
แก้ปัญหาผิวมัน เป็นสิว เพื่อสุภาพผิวที่ดีได้ด้วยตัวเราเอง
อยากบอกลาปัญหาผิวมันและสิวที่ชอบเป็นซ้ำ ๆ จริง ๆ แล้วเคล็ดลับไม่ได้อยู่ที่ยาราคาแพง แต่อยู่ที่การปรับสมดุลให้ทั้งร่างกายและผิวไปพร้อมกัน เริ่มจากการดูแลผิวอย่างอ่อนโยนและถูกขั้นตอน ควบคู่กับการจัดการความเครียดและการพักผ่อนให้เพียงพอ เพราะความเครียดสามารถกระตุ้นให้ผิวมันและเกิดสิวได้
นอกจากนี้ การเลือกรับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพยังช่วยลดการอักเสบจากภายใน เมื่อเราดูแลทั้งด้านในและด้านนอกอย่างครบถ้วน สาเหตุของการเกิดสิวก็จะค่อย ๆ ลดลง สิวที่เคยเป็นหนักจะดีขึ้น และมีโอกาสหายได้ เพราะผิวของเราจะฟื้นตัว สร้างเกราะป้องกันที่แข็งแรง และมีสุขภาพดีขึ้นนั่นเอง


